ข่าวสาร & บทความ: การเก็บข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย

24 กุมภาพันธ์ 2563

หลังจากที่เราเลือกสินค้าที่เราจะเอาไปทำโฆษณาขายได้แล้ว จากบทความก่อนหน้า ไม่ว่าจะเลือกสินค้าก่อนแล้วค่อยไปขาย หรือ เลือกกลุ่มลูกค้าก่อนแล้วค่อยไปขาย แล้วทำยังไงเราถึงจะรู้ว่าลูกค้ากลุ่มไหนที่มีประสิทธิภาพในการซื้อสูงหละ

สมาชิกบางท่านอาจจะสงสัยว่า "แล้วจะสนทำไม โฆษณายิ่งมากก็ยิ่งดีไม่ใช่เหรอ คนเห็นเยอะๆโอกาสปิดการขายก็เยอะขึ้นด้วย แล้วจะเสียเวลาเก็บข้อมูลกลุ่มเป้าหมายไปทำไม”

ความคิดแบบนี้ ไม่ได้ผิดนะครับ ใครทำเยอะ โอกาสปิดการขายก็เยอะขึ้น ถูกต้องแล้วครับ แต่ลองมาคำนวณกันดีกว่า


สมมุติว่า  คุณนำไปโฆษณาตาม Facebook Page หรือ Facebook Group วันนึงโพสต์ไปเป็น 100-200 ที่ ถามจริงๆเถอะ ว่า เมื่อยไหมครับ? เบื่อไหมครับ? ใช้เวลาไปเท่าไหร่?

แล้วคุณแน่ใจมากแค่ไหน ว่ากลุ่มเป้าหมายที่คุณไปโฆษณา เค้าจะมาซื้อของคุณ แล้วมาซื้อกี่คนกัน??

 

คุณอาจจะบอกก็ได้ว่า แต่ละที่ ที่ไปโพสต์ มีคนเป็นแสนเป็นล้าน โพสต์ไปเป็นร้อยกลุ่ม รวมๆนะ 10-100ล้าน คน มาซื้อซัก 1000 คนต่อเดือนก็รวยเละแล้วโว้ย

อยากรวยกว่านี้ก็โพสต์เพิ่มเลย ซัก 400 ที่ เอาให้เงินทับตายไปเลย ถามกันเลยตรงนี้ว่า ทำไหวเหรอครับ นอกจากใช้เวลาทำเยอะแล้ว ยังเหนื่อยอีกด้วยนะ บอกตรงๆว่า ทำไม่ไหวหรอกครับ ทางทีมงานก็เคยทำแบบนี้เหมือนกัน ซึ่งเหนื่อย เมื่อย และน่าเบื่อมาก

EP นี้เลยจะมาสอนทำยังไงให้เหนื่อย เมื่อย น่าเบื่อน้อยลง เพราะเรามีตัวช่วยคือ Tracking ID นั่นเอง


มารู้จัก Tracking ID จากในระบบกันก่อน

Tracking ID คือ ตัวเลขหรือตัวอักษรที่ระบุตัวตนสมาชิกท่านนั้นๆ

ใครที่ยังไม่เคยเข้าระบบไปเอาลิงก์สินค้า ลองเข้าไปดูนะครับ อยู่ที่เมนู “สร้างลิงก์สินค้า” หน้าตาแบบนี้

 

ใครที่เคยเข้าระบบ SellZabuy เพื่อไปเอาลิงก์สินค้ามาก่อนจะรู้ว่า ที่หลังลิงก์สินค้าที่เอาออกมา จะมีคำว่า 

?trackingid=test00002 แบบนี้อยู่ตามหลังลิงก์สินค้า

 

ซึ่งตัวอักษรด้านหลัง “?trackingid=” จะเป็นเลขหรืออักษรที่ระบบเราสร้างมาให้ เพื่อระบุว่า สินค้าที่เอาไปโฆษณาอันนี้เป็นของสมาชิกท่านนี้นะ ค่าคอมมิชชั่นจะได้ไม่ส่งไปผิดคน ซึ่งปกติแล้วเมื่อเราได้ลิงก์แบบนี้มา


https://www.buyzabuy.com/product/amon-skin-solution-cleansing-gel/?trackingid=test00002


เราก็จะเอาไปโฆษณายังที่ต่างๆที่เราต้องการ ไม่ว่าจะกี่ร้อยกี่พันแห้ง เราก็เอาลิงก์แบบนี้ไปใช้

แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าลูกค้าเรามาจากกลุ่มไหนบ้าง เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องเมื่อย ไม่ต้องเหนื่อยไปโพสกระจายแบบนั้นอีก ในกลุ่มหรือที่ไหนก็ตามแต่ที่ลองโพสแล้วแต่ไม่มีคนซื้อ


ทุกท่านรู้หรือไม่ว่า เราเพิ่ม Tracking ID เองก็ได้นะ แล้วเราจะตั้งเป็นอะไรก็ได้ด้วยที่ไม่ซ้ำกับคนอื่น จะเป็นชื่อแฟน ชื่อเรา ชื่อสัตว์เลี้ยงอะไรก็ยังได้

 

แต่!!เพิ่มได้ไม่เกิน 50 Tracking ID

 

เพิ่มได้ตรงนี้เลย ขั้นแรกให้กดที่รูปคนด้านขวาบน

 

ขั้นที่สอง ให้เลือกเมนู "จัดการ Tracking IDs”

 

เมื่อเข้าหน้านี้แล้ว ให้เลือกที่ “เพิ่ม Tracking ID”

 

ใส่ Tracking ID ที่เราอยากตั้งเข้าไปเลย 
(ตัวอักษรหรือตัวเลข ขั้นต่ำ 9 และไม่เกิน 20 ตัวอักษร และใช้ภาษาอังกฤษเท่านั้นนะ ถ้าเป็นตัวอักษร)

 

เมื่อเพิ่มเรียบร้อยเราก็จะเห็นแบบนี้ จะเห็น Tracking ที่เราเพิ่มเติมเข้าไปที่ด้านล่าง

 

เวลาเรารับลิงก์สินค้า เราก็เปลี่ยน Tracking ID ที่เมนูนี้ได้เลยในหน้า “สร้างลิงก์สินค้า”

 

ทีนี้เราก็สร้าง Tracking ID เป็นแล้วนะครับ เมื่อเราเอาไปโฆษณายังที่ต่างๆ เพียงแค่ใส่ Tracking ID ที่แตกต่างกัน สมาชิกก็สามารถจำแนกได้แล้วว่า ลูกค้าที่ซื้อเข้ามาซื้อของ มาจากช่องทางโฆษณาทางไหนบ้าง

 

ตัวอย่าง

Facebook Group 1 ใช้ tracking ID เป็น FBG001
Facebook Group 2 ใช้ tracking ID เป็น FBG002
Facebook Group 3 ใช้ tracking ID เป็น FBG003
Line Group 1 ใช้ tracking ID เป็น LINE001


ข้อดีของการเก็บข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย

เมื่อเรารู้แล้วว่าลูกค้าประเภทไหนที่จะซื้อสินค้าชิ้นนี้ เราก็สามารถหากลุ่มคนแบบนี้เพิ่มเติมได้และตัดกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ใช่สำหรับเราทิ้งไป เอาเวลาที่เสียไปมาหากลุ่มเป้าหมายใหม่ๆที่จะซื้อของเราดีกว่า

 

ถ้าสมาชิกเห็นว่าที่ไหนที่ไปทำโฆษณาแล้วไม่เกิดการซื้อหรือไม่มีคลิกเกิดขึ้นในระยะเวลาหนึ่ง ทางทีมงานแนะนำให้ตัดทิ้งได้เลยครับ หากลุ่มเป้าหมายใหม่เพิ่มแล้วเอา Tracking ID เดิมที่เราสร้างไว้แล้วไปใช้จำแนก

 

ถ้ามีคลิกเพียงอย่างเดียว แต่ยังไม่เกิดการซื้อขาย ทีมงานยังถือว่ากลุ่มเป้าหมายนั้นยังมีโอกาสขายอยู่นะครับ ทางทีมงานแนะนำว่า สมาชิกอาจจะต้องวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายนั้นใหม่ แล้วแก้ไขข้อความโฆษณา, รูป หรือสินค้าให้โดนใจกลุ่มเป้าหมายมากขึ้นครับ

 

เพียงสมาชิกทุกท่านใช้ Tracking ID ให้เกิดประโยชน์ เท่านี้ก็ลดงานให้สมาชิกไปได้มากแถมเพิ่มรายได้จากกลุ่มเป้าหมายที่ตรงกับสินค้า ทำให้การขายของเราคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปอีกด้วยครับ