ข่าวสาร & บทความ: เลือกสินค้าอะไรไปขายดี??

07 กุมภาพันธ์ 2563

ทีมงานทราบว่าสมาชิก เมื่อเข้ามาในระบบแล้วต้องเกิดปัญหานี้กันทุกคน ใช่ไหมครับ?
EP แรกนี้เราเลยจะมาสอนให้เลือกสินค้ากัน เริ่มวิชาการตลาดเบื้องต้นก่อน โดยแบ่งเป็น 2 กรณี คือ
4P และ 4C หรือก็คือ

1. สินค้าที่มีอยู่แล้ว 2. กลุ่มลูกค้าที่มีอยู่

จริงๆทุกคนมีความรู้ตรงนี้อยู่แล้วหละครับ เพราะส่วนมากใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันกัน เพียงแต่ไม่รู้ตัวว่าใช้ความรู้ตรงนี้ออกมาเท่านั้นเอง

สิ่งที่คุณใช้กันก็ คือ การตลาดเบื้องต้นที่เรียกว่า 4P นี่แหละครับ

 

4P จะประกอบไปด้วย

Product หรือสินค้า

หมายถึงสินค้าที่เรามีอยู่ในมือ ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกที่เราจะพูดถึง และมีประโยชน์มากในกรณีที่เราไม่ได้ชอบสินค้าไหนหรืออยากจะขายสินค้าอะไรเป็นพิเศษ ให้เราพิจารณาดูว่า สินค้ามีจุดเด่นอะไร คุณสมบัติยังไง ช่วยอะไรได้บ้าง ทำจากอะไร มีอะไรแตกต่างกับยี่ห้ออื่นบ้าง พูดง่ายๆคือ รายละเอียดของสินค้านี่แหละครับ
เช่น เซรั่ม หน้าขาวใส ยี่ห้อไหนๆก็หน้าขาวใสไปหมดเลย ของเราต่างตรงไหนหละ อาจจะผลิตมาจากธรรมขาติ มีส่วนประกอบหายากโดดเด่น ไม่ผสมสารเคมี อ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว อะไรแบบนี้

Price หรือ ราคา 

เรื่องราคาเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนมาก เพราะว่าถ้าแพงไป คนก็ไม่ซื้อ ถูกไปคนก็อาจจะไม่ซื้อหรือกังวลว่าของที่ได้จะไม่มีคุณภาพ เพราะฉะนั้นการตั้งราคาสินค้าจะต้องตั้งให้เหมาะสมกับคุณภาพของสินค้า ซึ่งโดยปกติผู้ผลิตก็จะตั้งราคาขายมาให้อยู่แล้ว ทีนี้เราก็มาดูว่าราคาเหมาะสมไหม ดูมีคุณค่าตามราคาขนาดนั้นหรือเปล่า อยู่ในระดับที่เราขายได้ง่ายๆไหม เช่น 
เราจะแนะนำสินค้าราคา 500 ให้กลุ่มเป้าหมายที่เราเลือกที่ปกติซื้อของราคาไม่เกิน 200 
แน่นอน ว่าต้องขายยากหรือขายไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ถ้าตัวสินค้าก็ไม่ได้รู้สึก ว้าว ขนาดนั้น การเลือกสินค้าจึงต้องเอาราคาเข้ามาประกอบด้วย

Place หรือ สถานที่ 

ตัวสถานที่ ที่เราจะพูดถึงคือสถานที่ขายสินค้า หรือที่เราจะเอาไปโฆษณาให้คนมาซื้อนี่เองแหละครับ อันนี้ไม่น่าเป็นปัญหาเท่าไหร่ เพราะเราทำทางออนไลน์อยู๋แล้ว จะขายที่ไหนก็ได้ โปรโมทที่ไหนก็ได้ แค่ต้องดูกลุ่มลูกค้าของสินค้ากับช่วงราคาของเราหน่อย แล้วก็ตามไปดูว่ากลุ่มเป้าหมายที่จะซื้อของๆเรา เค้าอยู่ที่ไหนกัน เช่น ขายของเด็ก ก็แน่นอนต้องไปขายให้คุณแม่ๆทั้งหลาย จะไปขายให้เหล่าวัยรุ่นในกรุ๊ปแฟชั่นก็คงจะไม่ใช่ เวลาเลือกสินค้าจึงต้องดูกลุ่มเป้าหมายเราประกอบไปด้วย 

Promotion หรือ การสนับสนุนการขาย

คำนี้ทุกคนคงรู้จักกันอยู่แล้ว ใครๆก็ชอบ เพราะมันหมายถึง ราคาพิเศษ ลดแลกแจกแถมนี่เองงงง!! แต่จริงๆแล้วไม่ใช่แค่เรื่องลดราคาหรือตั้งราคาพิเศษอย่างเดียว การบริการเสริมอย่างอื่นก็เกี่ยวข้องด้วยเหมือนกัน เช่น สินค้ามีการส่งฟรี มีรับประกันสินค้าเพิ่ม หรือส่งคืนได้ พวกนี้ก็นับว่าเป็น โปรโมชั่น ที่เอาไปโฆษณาได้เหมือนกันครับ


ตัวอย่าง

ทีนี้เราก็เข้าใจการตลาดเบื้องต้นละ มาดูตัวอย่างวิธีคิดแบบ 4P กันบ้าง

 

เราไปเที่ยวมา ซื้อน้ำหอมกลับมาหลายขวด หลายกลิ่น หลายราคา แล้วจะเอาขวดไหนให้ใคร

 

แน่นอนเราก็ต้องดูน้ำหอมก่อนว่า แต่ละขวดกลิ่นเป็นแบบไหน อะไรยังไง ราคาเหมาะสมกับคนที่เราจะให้ไหม

 

เช่น คนที่เราจะฝากเป็นผู้หญิง เราก็ต้องเอากลิ่นสำหรับผู้หญิงให้เค้า

 

แล้วเค้าเป็นผู้ใหญ่ด้วย แน่นอนเราก็ต้องเอาของที่ราคาเหมาะสมกับเค้าไปให้


4P ก็เหมือน เราเป็นผู้ผลิต ที่ต้องหาลูกค้ามาซื้อของเรา โดยการมองสินค้าเราเป็นที่ตั้ง

4C เหมือนเรามีลูกค้าก่อนแล้วค่อยไปหาของให้เค้าหรือผลิตตามความต้องการของเค้า โดยเอาตัวลูกค้าเป็นที่ตั้ง


4C ประกอบไปด้วย

Customer หรือลูกค้า

คือการที่เรามองดูไปที่ลูกค้าว่าเค้ามีความต้องการอะไรหรือสิ่งไหน ต้องการสิ่งของหรือบริการแบบไหน แล้วเราก็ผลิตออกมาหรือไปตามหามาให้เค้า ซึ่งก็จะเกี่ยวข้องกับ Product หรือ สินค้าใน 4P นั่นเอง เพราะเราต้องรู้ก่อนว่าลูกค้าต้องการแบบไหน แล้วเราไปดูรายละเอียดของสินค้าต่างๆที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าแค่นั้นเอง

Cost ในที่นี้คือ ความคุ้มค่า

เคยไหมครับ บางทีซื้ออะไรมาแล้วรู้สึกไม่คุ้มค่า ไม่คุ้มราคา ของบางอย่างเราซื้อมา ใช้ไม่กี่ครั้งต่อให้มันไม่แพงแต่เราก็รู้สึกว่าไม่คุ้มกับเงินที่เสียไปเลย หรือบางครั้งเราซื้อของแพงแต่เราได้รับของคุณภาพที่ดีมากและเราใช้มันบ่อยมากๆ หรือสินค้านั้นให้ผลลัพธ์ที่ดีกับเรา เราก็จะรู้สึกคุ้มค่ามากตามไปด้วย ตรงนี้ก็จะเกี่ยวข้องกับ Price หรือ ราคา ใน 4P ว่าราคาขายหรือมูลค่าสิ่งของนั้นๆ มันคุ้มค่ากับที่ลูกค้าจะซื้อหรือไม่

Convenience ความสะดวกในการใช้จ่ายหรือได้รับ

สำหรับเรื่องความสะดวกของลูกค้า อันนี้ค่อนข้างสำคัญ เพราะว่าถ้าลูกค้าจะซื้อของแต่รู้สึกว่า การออกไปซื้อของหรือตามหาของที่ไม่รู้ว่าขายที่ไหน แต่ต้องเดินทางออกไปผจญรถติด ใช้เวลาไป-กลับ 3-4 ชั่วโมง แน่นอนว่ามันไม่สะดวกเลย และด้วยความไม่สะดวกนี่แหละที่ก่อให้เกิด ยุคแห่งการซื้อขายของออนไลน์อย่างทุกวันนี้ และทำให้นอกจาก Place หรือสถานที่ขายใน 4P เปลี่ยนไปในทางที่ดีและง่ายขึ้นในทุกๆทาง ที่ทำให้ลูกค้าเจอร้านค้าและร้านค้าก็หาลูกค้าเจอเช่นกัน เช่น กลุ่มคนที่สนใจในเบ็ดตกปลา แน่นอนว่าหาได้ง่ายๆใน facebook เลย ขึ้นมาเพียบ ทั้ง Facebook Page ทั้ง Facebook Group เยอะแยะมากมาย พ่อค้าแม่เค้าเอาเข้าไปเสนอขายถึงที่ สะดวกทั้งร้านค้าและลูกค้ากันเลยทีเดียว

Communication การสื่อสาร

การสื่อสารแน่นอนว่าต้องเกี่ยวข้องกับ Promotion ใน 4P เพราะถ้าเรามีโปรโมชั่นใดๆ หรือบริการเสริมอื่นๆ แต่ไม่สื่อสารให้ลูกค้า ลูกค้าก็คงไม่สามารถรู้ได้ด้วยตัวเอง และถ้าเราสื่อสารไปยังลูกค้าที่ไม่ถูกกลุ่มเป้าหมาย ก็แน่นอนว่าคงขายไม่ได้ เหมือนเอาเอากระโปรงลดราคาไปขายผู้ชายแมนๆ เค้าไม่ซื้อแน่นอนอยู่แล้ว ยกเว้นเค้าอยากจะซื้อให้ลูกสาว แฟนสาว เมีย ซึ่งก็เป็นส่วนน้อยอยู่ดี แต่กลับกันถ้าเราเอาไปขายผู้หญิงตรงๆเลย แน่นอนว่าโอกาสการขายย่อมจะเพิ่มขึ้น เพราะว่าถูกกลุ่มเป้าหมายแน่นอน และการสื่อสารไม่ใช่เพียงแค่การนำโปรโมชั่นลดราคาอะไรนำเสนอไปให้ลูกค้าเท่านั้น แต่การสื่อสารจะช่วยให้ลูกค้าเข้าใจในสินค้า คุณสมบัติต่างๆ ที่จะสนองความต้องการของลูกค้าได้ง่ายขึ้น และทำให้สินค้านั้นๆมีความคุ้มค่าขึ้นอีกด้วย ทำให้การตัดสินใจซื้อง่ายขึ้นอีกมาก


ตัวอย่าง

เราอยากจะซื้อขนมให้เพื่อนร่วมงานเรา มีทั้งผู้หญิงผู้ชาย ที่ชอบกินขนมและไม่ชอบกิน มีทั้งคนอ้วนคนผอม

 

อย่างที่เห็นในตัวอย่างว่า บางคนน้ำหนักตัวเกิน คนผอมก็ไม่ได้อยากจะอ้วน แต่ในร้านค้ามีแต่ขนมอร่อยที่มีน้ำตาลสูง เราควรทำอย่างไรหละ ทางเลือกเรามีแค่
ซื้อๆไป แต่คนได้รับอาจจะไม่กิน ทิ้ง ตะขิดตะขวงใจ ไม่แฮปปี้เท่าไหร่กำลังลดความอ้วนอยู่ แต่คนผอมก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่เค้าเป็นผู้ชายเค้าจะกินไหมนะ 

 

ถ้าตามหาร้านอร่อยใช้ได้ ที่น้ำตาลน้อยหรือใส่อย่างอื่นทดแทนน้ำตาล แต่มันก็ไม่ได้อร่อยเด็ดขนาดว่าต้องกินให้ได้ แล้วคนอื่นเค้าจะกินไหมนะ 

 

คำตอบคือ

 

ไม่ต้องเลือกครับ แบบไหนก็ได้เอาที่เราสะดวกใจ เหตุผลตามนี้เลย

 

จากตัวเลือก “ซื้อๆไป แต่คนได้รับอาจจะไม่กิน ทิ้ง ตะขิดตะขวงใจ ไม่แฮปปี้เท่าไหร่กำลังลดความอ้วนอยู่”

 

ถ้าเราเปลี่ยนการสื่อสารของเราไปเป็น  “เธอ ทองหยอดเจ้านี้อร่อยมากเลยนะ เจ้าดังประจำจังหวัดเลย วันนึงทำขายแค่ไม่กี่กล่อง พอดีได้มา เราไปต่อคิวมาตั้งนาน เราเอามาฝาก”
คนได้ยินแบบนี้ จะทนไม่กินไหวเหรอครับ ยิ่งอร่อยอีก ยังไงก็หมดมีความสุขกันทุกคน ถึงจะตะหงิดใจเรื่องสุขภาพก็เถอะ

 

จากตัวเลือก “ตามหาร้านอร่อยที่น้ำตาลน้อยหรือใส่อย่างอื่นทดแทนน้ำตาล”

 

ถ้าคุณเลือกอันนี้ นับถือเลยครับ ว่าคุณทั้งใส่ใจ ตั้งใจและหวังดีกับเพื่อนคุณมากจริงๆ จากตอนแรกเค้าอาจจะไม่กินขนมกันอยากลดความอ้วน เพียงแค่คุณบอกว่า “ทองหยอดเจ้าดังอันนี้ลดน้ำตาลเกินครึ่งเลยนะ แถมยังอร่อยใครๆก็กินได้ คนต่อคิวซื้อกันเยอะมาก เรากินแล้วอร่อยดี เลยเอามาฝาก” แค่ลดน้ำตาลเกินครึ่ง เท่านี้ก็ยินยอมและเต็มใจจะกินกันแล้วหละครับ แล้วยิ่งอร่อยด้วยต้องต่อคิวซื้ออีก แถมเราคอนเฟิร์มแล้วด้วยว่าอันนี้อร่อยจริง ทีนี้ใครหละครับที่จะไม่ลอง

 

ตัวอย่างพวกนี้ คือ พลังของ 4C นี่เอง หาขนมมาให้ตรงความต้องการของเพื่อนเรา แถมเป็นของชื่อดังคุ้มค่าที่จะลอง และแน่นอนว่าสะดวกมาก เพราะเราเอามาฝาก แถมยังคอนเฟิร์มด้วยว่าอร่อย ครบเลยครับทั้ง 4C - ลูกค้า ความคุ้มค่า ความสะดวก การสื่อสาร


เอาหละตอนนี้ก็เรียนรู้เรื่องการเลือกสินค้าเบื้องต้นไปละ ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ เพราะชีวิตประจำวันทุกคนก็ทำกันอยู่แล้ว แค่เราไม่รู้ตัวแค่นั้นเอง ทีนี้เราจะเริ่มหาของขาย จาก 1. สินค้าที่มีอยู่แล้ว 2. กลุ่มลูกค้าที่มีอยู่แล้ว ก็เอาตามที่เราสะดวกเลยครับ แล้วเดี๋ยวเรามาติดตามต่อ EP หน้ากัน ว่าเมื่อเราได้สินค้ามาแล้วจะทำยังไงให้ขายได้


สมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกกับ SellZabuy คลิกที่นี่

ติดตามข่าวสารบทความ เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line คลิกที่นี่