ข่าวสาร & บทความ: 8 เคล็ด(ไม่)ลับ เขียนบทความให้น่าอ่าน

16 กันยายน 2562

นักการตลาดหลายท่านกล่าวไว้ว่า "นอกจากแคปชั่นดี เนื้อหาต้องดีด้วย" อันนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้องนะครับ

แน่นอนว่าแคปชั่นที่ดีเป็นเหมือนหน้าร้านที่สวยงามน่าเข้า แต่ถ้าภายในแย่คนก็คงเดินออก เรื่องที่เราควรจะคำนึงถึงก็คือ ทำยังไงให้คนเข้าแล้วไม่ออกไป เนื้อหาภายในบทความจึงเป็นส่วนสำคัญอีกส่วนนึงที่ต้องพิจารณา


เนื้อหาบทความที่ดีเขียนอย่างไร

 เราควรเริ่มต้นด้วยโครงสร้างของบทความก่อน เพราะถ้าโครงสร้างไม่ดี ก็จะทำให้คนที่อ่านสับสน งง ว่าเราต้องการสื่อถึงอะไรกันแน่ เพราะโครงสร้างก็เหมือนกระดูกของร่างกายเรา ถ้าร่างกายเราไม่มีกระดูก เราก็คงเป็นก้อนเนื้อย้วยไปย้วยมา ดูไม่ออกว่าคืออะไร

พวกเราทุกคนคงจำได้ ตอนที่เรายังเรียนในโรงเรียนอยู่ ทุกคนต้องเคยผ่านการทำรายงานส่งครูกันมาก่อน

เราถูกสอนไว้ว่า เรียงความประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ 3 ส่วนหลัก ซึ่งสิ่งนี้แหละที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของการเขียนบทความต่างๆ แบบในรูปข้างล่างนี้ ที่มี

  • บทนำ
  • เนื้อหา
  • บทสรุป

แต่อย่างที่เห็นกันว่า เราไม่ได้กำลังจะเขียนรายงานบางครั้งการแบ่งแค่ 3 ท่อนแบบนี้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของเราที่อยากจะให้คนอ่านเข้าใจ ทำให้โครงสร้างนี้เราต้องนำมาพิจารณาใหม่ และแตกเนื้อหาย่อยออกมาอีก แบบในรูปนี้ ที่มี

  • บทนำ
  • ข้อสงสัย/ข้อสังเกตุที่เกิดขึ้น
  • ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ
  • ความคิดเห็นของคุณ
  • บทสรุปหรือปุ่ม

จากตัวอย่างในรูปจะเห็นว่า สิ่งที่แตกต่างกับเรียงความธรรมดามากก็คือส่วน เนื้อหา ที่เราสามารถเพิ่มหัวข้อที่น่าสนใจเข้าไป โดยการแตกเนื้อหาเป็นหัวข้อย่อยต่างๆได้ ทางเราได้สรุปโครงสร้างรูปแบบต่างๆเป็นตัวอย่างมาให้ดังนี้


โครงสร้างในการเขียนแบบ ข่าว

รูปแบบนี้เป็นที่นิยมกันมากในการเขียนทุกวันนี้ ที่ประกอบไปด้วย

  • บทนำ
  • ข้อสงสัย/ข้อสังเกตุที่เกิดขึ้น
  • รายละเอียด
  • ความคิดเห็นจากแหล่งต่างๆ (ทำให้ผู้อ่านได้รับความคิดเห็นจากหลายๆที่ หลายมุมมอง)
  • บทสรุป


โครงสร้างในการเขียนแบบ เปรียบเทียบ

การเขียนแบบเปรียบเทียบ ส่วนมากเราจะนำมาใช้สำหรับการเปรียบเทียบสินค้าหรือบริการแทบทุกอย่าง เช่น ผู้อ่านอยากจะรู้ว่า มือถือรุ่นนี้ต่างกับรุ่นนั้นอย่างไร หรือ เครื่อง Xbox ต่างกับ Playstation อย่างไร อันไหนดีกว่ากัน โครงสร้างจึงประกอบด้วย

  • บทนำ
  • รายละเอียดสินค้า/บริการ ชิ้นที่หนึ่ง
  • ข้อดีของสินค้า/บริการ ชิ้นที่หนึ่ง
  • ข้อเสียของสินค้า/บริการ ชิ้นที่หนึ่ง
  • รายละเอียดสินค้า/บริการ ชิ้นที่สอง
  • ข้อดีของสินค้า/บริการ ชิ้นที่สอง
  • ข้อเสียของสินค้า/บริการ ชิ้นที่สอง
  • ข้อแนะนำ
  • บทสรุป


โครงสร้างในการเขียนแบบ รายการ

การเขียนบทความแบบรายการ อันนี้เราจะเห็นกันบ่อยๆอยู่ ตามเว็บไซต์ดังๆหลายเจ้า เช่น 10 หูฟังยอดนิยม หรือ 10 สิ่งที่ควรทำก่อนไปเที่ยว อะไรแบบนี้ แล้วให้ทางคนอ่านตัดสินใจเองว่าตัวเองควรใช้ตัวไหนหรือทำอะไร โดยโครงสร้างจะประกอบไปด้วย

  • บทนำ
  • สินค้า/บริการ ตัวที่หนึ่ง
  • ข้อดี/ข้อเสีย/ข้อแนะนำ
  • สินค้า/บริการ ตัวที่สอง
  • ข้อดี/ข้อเสีย/ข้อแนะนำ/
  • สินค้า/บริการ ตัวที่สาม
  • ข้อดี/ข้อเสีย/ข้อแนะนำ/
  • บทสรุป


โครงสร้างในการเขียนแบบ รีวิว

ปกติก่อนที่คนเราจะซื้อสินค้าหรือบริการอะไร เราก็อยากจะรู้ก่อนอยู่แล้วว่าสินค้าหรือบริการนั้นๆ ซึ่งรีวิวที่เราเขียนจะช่วยเค้าในการตัดสินใจซื้อหรือไม่ซื้อ ทำให้บทความประเภทนี้จะมีคนอ่านเยอะและอ่านกันจบบทความอีกด้วย โครงสร้างบทความรีวิวจะประกอบด้วย

  • บทนำ
  • รายละเอียดสินค้า
  • ข้อดีสินค้า
  • ข้อเสียสินค้า
  • ความคิดเห็นบางส่วนจากคนอื่น
  • ข้อแนะนำของเรา
  • บทสรุป


โครงสร้างในการเขียนแบบ ตอบคำถาม

การตอบคำถามก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราควรเขียนถึงเพื่อเพิ่มคนเข้าถึงบทความของเราให้มากขึ้น เช่น ครีมทาหน้าอะไรดีที่สุด, รองเท้าเหม็นแก้ยังไงดี โครงสร้างก็จะสั้นหน่อย เพราะเราตอบตรงไปที่คำถามที่เค้าสงสัยเลย โครงสร้างจึงมีแค่

  • บทนำ
  • คำถาม
  • คำตอบ
  • บทสรุป


โครงสร้างในการเขียนแบบ How-to สอนวิธีต่างๆ

การเขียนบทความสอนต่างๆ เป็นอีกประเภทของบทความที่ได้รับความนิยมสูงมาก แล้วโครงสร้างจะคล้ายกับบทความตอบคำถามต่างๆแต่มีความเฉพาะเจาะจงและขยายความออกมาได้ลึกขึ้น เช่น ทำอย่างไรให้รวย ถ้าเป็นบทความตอบคำถามธรรมดา อาจจะตอบประมาณว่า ก็ทำงานสิ แล้วเอาเงินไปลงทุนนู่นนี่นั่น จะได้งอกเงย แต่กับบทความประเภท How-to จะเป็นการสอนทีละขั้นตอนที่ลงลึกไปในรายละเอียดมากกว่า

โครงสร้างของบทความก็เลยกลายเป็น

  • บทนำ
  • วิธีทำคร่าวๆ/สิงที่ต้องเตรียม
  • ขั้นตอนที่หนึ่ง
  • ขั้นตอนที่สอง
  • ขั้นตอนที่สาม
  • ผลลัพธ์
  • สรุป


โอเค ถ้าคุณอ่านถึงตรงนี้แล้ว คุณคงพอจะเข้าใจและเห็นภาพว่าควรทำอย่างไรกับบทความของคุณแล้ว ซึ่งทางเราแนะนำว่าให้ลองทำบ่อยๆ หลังจากที่ลองวางโครงสร้างบทความไปซักพัก ประมาณ 2-3 บทความ คุณจะไม่ต้องมาดูโครงสร้างจากทางเราอีกต่อไป เพราะคุณจะเข้าใจได้ด้วยตัวคุณเอง ซึ่งโครงสร้างเหล่านี้ คุณสามารถเอาไปประยุกต์ใช้ได้ แม้กับ Facebook หรือบทความการขายต่างๆได้ด้วย รวมถึงโครงสร้างแต่ละแบบยังสามารถเอามาตัดต่อรวมๆกันได้อีกด้วยครับ