ข่าวสาร & บทความ: เขียนแคปชั่น Facebook ที่ใครเห็น...เป็นต้องคลิก!!

16 กันยายน 2562

คาดว่าทุกคนคงรู้ตัวดีว่าวันๆ เราเล่น Facebook กันมากขนาดไหน เลื่อนนิ้วไถขึ้น ไถลง แน่นอนว่าคุณต้องเคยเห็นโฆษณาผ่านตามากมาย และสะดุดกับอะไรบางอย่างของโฆษณาตัวนั้น อาจจะเป็นรูปภาพสวยๆ พรีเซนเตอร์หน้าตาดี แต่จะเป็นอย่างไรถ้า รูปสวยแต่แคปชั่นห่วย

ผลลัพธ์ก็คือ คุณดูรูปเสร็จก็อ่านผ่านๆ ดีไม่ดีอ่านไม่จบด้วยซ้ำแล้วก็เลื่อนต่อไป ถูกต้องไหมครับ

ซึ่งถ้าคุณเขียนแคปชั่นดีๆออกมาได้ โอกาสที่คุณขายได้จากโพสหรือโฆษณาของคุณก็ย่อมสูงขึ้นแน่นอน

ตอนนี้คุณคงเข้าใจแล้วว่าแคปชั่นสำคัญอย่างไร ทีนี้เรามาดูดีกว่าว่าแคปชั่นที่ดีเป็นอย่างไร


แคปชั่นปกติจะประกอบไปด้วย

  • Headlines - สะดุดตา
  • SubHeadlines - เชิญชวนให้อ่านต่อ
  • Paragraphs - สร้าง Story เพื่อ Built อารมณ์
  • Product Details or Testimonial - รายละเอียดสินค้า
  • Call To Action - ทำให้รู้สึกว่าซื้อแล้วจะได้อะไร

ตัวอย่าง

แต่บางท่านอาจจะย่อเหลือเพียงเท่านี้ก็ได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับข้อมูลสินค้าและจุดประสงค์ของคุณนั่นเอง ว่าต้องการให้คนทักมาหรือไม่ หรือว่าให้ลูกค้าไปอ่านต่อที่ไหน

  • Headlines - สะดุดตา
  • SubHeadlines - เชิญชวนให้อ่านต่อ
  • Call To Action - ทำให้รู้สึกว่าซื้อแล้วจะได้อะไร

ตัวอย่าง


เรามาดูว่ารายละเอียดเจาะลึกแต่ละตัวเป็นแบบไหนกัน

  • ว่าด้วยเรื่อง Headline

ตัว Headline หรือคำโปรย นั้นจะเป็นสิ่งที่คนอ่านเป็นอย่างแรก เพราะฉะนั้นเราควรบอกเค้าไปเลยตรงๆว่า เค้าจะได้อะไรจากเราหรือสินค้าของเรา ซึ่งก็คือ ผลลัพธ์ นั่นเอง

  • ต่อด้วย SubHeadline

ถ้า Headlines เหมือนป้ายบิลบอร์ดใหญ่ๆ โฆษณาขายบ้าน Subheadline เหมือนลูกศรบอกทางไปหมู่บ้านที่ขายอยู่บนบิลบอร์ดนั่นเอง เป็นการบอกว่า จะไปที่ผลลัพธ์นั้นได้อย่างไร

  • ส่วนของ Paragraph

จะเป็นการเล่าให้ฟังเพื่อให้เกิดอารมณ์ร่วมกับตัวสินค้า เช่น ประสบการณ์ที่ได้รับหลังจากใช้สินค้าตัวนี้ หรือ ถ้าลองใช้ดูจะเป็นอย่างไร เหมือนเป็นการขยายความจาก Headline และ SubHeadline อีกทีนึง

  • Product Details or Testimonial

เป็นส่วนของรายละเอียดข้อมูลสินค้าหรือรีวิวจากผู้ใช้จริงทั้งหลายเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของสินค้าหรือบริการของเรา

  • ส่วนที่สำคัญอีกส่วนนึงคือ Call to Action

ส่วนนี้เป็นส่วนที่ไม่ค่อยมีใครสนใจ ส่วนมากจะเขียนกันส่งๆไป เช่น “คลิกเลย” “สมัครเลย” แต่ถ้าคุณลองเปลี่ยนเป็นอะไรที่เร้าอารมณ์เค้ามากขึ้น คนกดก็จะมากขึ้นตามไปด้วยนะ เช่น “ไม่พอใจ ยินดีคืนเงิน” “โปรโมชั่นนี้ จะหมดภายใน 2 วัน” เพียงเท่านี้คุณก็สร้างยอดเพิ่มขึ้นได้อีก