ข่าวสาร & บทความ: การมีเว็บไซต์มีข้อดีอย่างไร สำหรับ Affiliate

02 สิงหาคม 2562

การมีเว็บไซต์มีข้อดีอย่างไร สำหรับ Affiliate

หลายคนคงจะสงสัยว่าการมีเว็บไซต์มันจำเป็นหรือไม่ ในเมื่อสมัยนี้ค้นหาอะไรใน google ก็เจอ Facebook ของคุณ IG ของคุณ หรือแม้กระทั่ง Youtube ช่องของคุณอยู่แล้ว 

แต่!! จะดีกว่าไหมถ้าการค้นหาใน google แล้วทั้งหน้าเป็นคอนเทนต์ทั้งหมดของคุณ ได้อ่านในสิ่งที่คุณอยากจะบอกหรือเล่าให้ฟัง

และทางเราขออธิบายก่อนว่า การที่คุณพึ่งพาฝากชีวิตและเรื่องราวต่างๆของคุณไว้ที่ Facebook, IG, Youtube ทั้งหมด ย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน ไม่เชื่อคุณลองถามเพื่อนๆพี่น้องที่เคยถูกแบน แล้วคุณจะทราบว่ามันแย่แค่ไหน เหมือนทุกอย่างในชีวิตคุณหายไปกันเลยทีเดียว

เว็บไซต์ของคุณเองจึงเป็นเหมือนทรัพย์สินที่ไม่ได้เสื่อมสลายหายไปไหน (ถ้าคุณไม่ได้ลืมต่ออายุเว็บไซต์)และใครก็มาแบนคุณไม่ได้ 

ซึ่งการสร้างเว็บไซต์ของตัวเองเป็นที่บันทึกความทรงจำ การเดินทางต่างๆหรืออยากแบ่งปันความคิดเห็นกับคนอื่นก็สามารถทำได้เช่นกัน และเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวคุณ ธุรกิจของคุณ รวมไปถึงสินค้าของคุณ และเพิ่มช่องทางการเข้าถึงสำหรับลูกค้าหรือคนที่ติดตามคุณอีกทางหนึ่ง

รวมถึงการเก็บข้อมูลคนเข้าดูเว็บไซต์ของคุณอีกด้วย ทำให้เรารู้ได้ว่าคนที่ติดตามคอนเทนต์ของเราเป็นใคร แบบไหน ซึ่งจะทำให้ค่าโฆษณาในอนาคตของคุณไม่ว่าที่ไหนถูกลงอย่างแน่นอนอีกด้วย 

 

ทีนี้สำหรับผู้เริ่มต้นหละ ควรจะสร้างเว็บไซต์อย่างไรดี?  

เรามีคำตอบให้ คือ ใช้บริการเว็บไซต์สำเร็จรูปของ blogger.com, wordpress.com ซึ่งมีข้อดีคือ ใช้งานง่าย สะดวก และไม่มีค่าใช้จ่ายอะไร ก็คือฟรีนั่นเองครับ แต่ก็ไม่ต่างอะไรกับ Facebook, IG, Youtube ที่เรายืมจมูกเค้าอยู่ แต่เหมาะกับผู้เริ่มต้นอยากมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง

หรือถ้าคุณอยากลองอะไรที่ดีขึ้นกว่านี้และเป็นของตัวเอง เราแนะนำให้สร้างเว็บไซต์ของตัวเองไปเลย เพราะสมัยนี้การสร้าง เว็บไซต์ ไม่ได้ยากอย่างที่ใครหลายๆคนกลัวอีกต่อไป แล้วเราไม่จำเป็นจะต้องเขียน Code อะไรเลยด้วยซ้ำ

ขั้นตอนการสร้างเว็บไซต์มีแค่เพียง 6 ขั้นตอนง่ายๆ  

  1. เช่า Host

  2. จดชื่อเว็บไซต์

  3. ติดตั้ง Wordpress

  4. เลือก Theme

  5. ลง Plugin

  6. เขียน content

 

ขั้นตอนมีเพียงเท่านี้เราก็มีเว็บไซต์ ของตัวเองเอาไว้ใช้งานแล้ว แต่ก็ต้องมีการลงทุนกันนิดหน่อยตามนี้

1. เช่า Host

  • Host คืออะไร

Host เปรียบเสมือนบ้านให้เว็บไซต์เราอยู่ เวลาใครจะมาหาเว็บไซต์เราก็วิ่งมาหาที่บ้านได้ แนะนำให้ใช้เจ้าใหญ่ๆหน่อยๆ ใช้ของไทยก็ได้ เช่น http://www.bangmodhosting.com/ เริ่มต้นเพียงปีละ 700 บาท

2. จดชื่อเว็บไซต์

2.1 มีหลายเจ้าให้เลือกจด 

  • แบบเสียค่าจดแนะนำให้ใช้ name.com. Godaddy.com, namecheap.com
  • หรือจะจดกับเจ้าที่เราเช่า Host เค้าเลยก็ได้ แต่แนะนำให้จดเองจะดีกว่า
  • แบบฟรี freenom.com (ฟรีประมาณ 30 เว็บไซต์ นามสกุลตามที่เค้าให้เลือกเช่น .ga, .gq)

2.2 มีหลากหลายนามสกุลแต่แนะนำให้ใช้ .com, .net ที่จำง่ายหน่อย ใช้กันทั่วไป ราคาประมาณ $1.99 - $9.99 แล้วแต่ว่าเป็นลูกค้าเก่าหรือลูกค้าใหม่ หรือว่าใช้โค้ดส่วนลดหรือไม่ ถ้าจดกับเจ้าในไทย .com จะอยู่ประมาณ 350 บาท

3. หลังจากติดตั้ง Wordpress เราก็จะมาติดตั้ง Theme ให้เว็บไซต์เราสวยงามกัน ซึ่ง Wordpress มี Theme ฟรีมาให้อยู่แล้ว ถ้าเราไม่ชอบก็ไปซื้อใหม่ที่ถูกใจ ซึ่งราคาก็เริ่มที่ $13 ขึ้นไป

ซึ่ง Theme อื่นให้โหลดฟรีที่เว็บอื่นก็มีเหมือนกัน แต่ทางเราไม่แนะนำ เพราะว่าเสี่ยงกับความปลอดภัยของเว็บไซต์ตัวเอง 

 

สรุปรวมค่าใช้จ่าย

  1. เช่า Host + จดชื่อเว็บไซต์ = 700 + 350 = 1050 บาทต่อปีเท่านั้นเอง หรือตกแค่เดือนละ 87 บาท

  1. ถ้าต้องการ Theme ใหม่เพิ่ม ตีเอาถูกๆก็ $15 ตกประมาณไม่เกิน 500 บาท เท่ากับว่า

เช่า Host + จดชื่อเว็บไซต์ + Theme สวยๆ = 700 + 350 + 500 = 1550 บาท ตกเดือนละ 129 บาท

 

ทีนี้เราลองตัดสินใจดูว่า อยากได้แบบไหนเพราะการมีเว็บไซต์ของตัวเองก็ไม่ได้ราคาสูงจนเกินไป 

ซึ่งเดี๋ยวทาง SellZabuy จะมีบทความสำหรับการสร้างเว็บไซต์ฟรีบน Blogger.com และ Wordpress.com อย่างละเอียด รวมถึงการสร้างเว็บไซต์ของตัวเองแบบเสียเงินอย่างละเอียดอีกเร็วๆนี้